[FIC]The way you look at me [1/3]

posted on 10 Oct 2011 14:49 by tkfiction
Title : The way you look at me
 
Writer : Lady_S
 
Pairing : Tao&Kacha 
 
Genre : Romantic 
 
Chapter : 1/3
 
Talk : โอออ เป็นฟิก สวนด.เรื่องแรกที่แต่งกันเลยทีเดียว ไรท์เตอร์จะพยาย๊าม พยายามทำให้จบภายในสามตอนนะคะ (มากกว่านี้จะกลายเป็นหมีเจมส์และ ฮ่าๆๆๆ) เอาเป็นว่า ฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะะะะ รักสวนด.ขนาดเปิดบล๊อกเลยนะเนีี่ยยย ฮ่าๆๆ ใครอยากให้ช่วยโปรโมตฟิกก็ส่งๆมาได้นะค้า
 
 
 
 
.
 
.
 
.
 
 
 
มือเล็กหยิบแก้วน้ำขึ้นมาขณะเดียวกันก็ยื่นมืออีกข้างไปสัมผัสแก้วน้ำตรงหน้า

 

อ๊ะ!” ตัวเล็กอุทานออกมาเบาๆ เมื่อมือที่ขาวกว่าของใครอีกคนกลับจับแก้วใบนั้นไปถือเองเพรา​ะ เป็นเจ้าของ

 

“ชาไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเต๋าทำเอง” คนตัวโตกว่าเอ่ย ก่อนจะลุกขึ้นเอาแก้วน้ำสีดำไปตักน้ำแข็งเติมน้ำดื่มที่อยู่ด้านหลัง

 

เติมน้ำเหมือนกัน...

 

แต่ก็แค่คนละฝั่ง...

 

จงใจเลี่ยงหรือไงกันนะเต๋า ?

 

คนตัวเล็กกว่าถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ใครๆก็รู้ดี เขาไม่ใช่คนที่จะมานั่งพูดพร่ำทำเพลงเรียกร้องอะไรจากใครอยู่แล้ว ก็แค่เอาแต่ทำหน้าเดียวไปวันๆ แล้วใครเขาจะมารู้ความรู้สึก...

 

ใครเขาจะรู้กัน...ว่านนทนันท์กำลังคิดยังไง...

ใครเขาจะรู้กัน...ว่าตอนนี้ตัวเล็กคนนี้กำลัง....


น้อยใจ?

 

ออกจากบ้านมาใครบางคนที่เคยคิดว่าสนิท เคยคิดว่าเป็นห่วง กลับทำตัวห่างกันไกลเสียเหลือเกิน....

นี่ต้องให้กดรีเพลย์ย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่เข้าบ้านเลยหรือไง...วันที่หน้าเดียวของคชายังคงเป็นหน้าเดียวอย่างนั้น...ไม่ได้มีรอยยิ้ม ไม่ได้มีเสียงหัวเราะอะไรมากมาย...จนได้พบใครคนหนึ่ง..

ที่เหมือนเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายเหล่านี้...

 

เหมือนเป็นที่พึ่งให้เขาตลอด..

 

ตลอดอายุการที่อยู่ในบ้านแมคโนเลีย...

 

แล้วพอเขาออกจากบ้าน....คิดว่าเขาไม่ต้องการแล้ว?

คิดว่าเขาอยู่คนเดียวได้?

เลยทำตัวห่างเหินอย่างนี้หรอไง

 

เต๋าเอ๋อเอ๊ย~!

มันน่าโมโหนัก!!

 

 

“ชา...ชา...คชา” เสียงพี่ไทด์เรียกเบาๆ ทำเอาคนที่เหม่ออยู่หันไปมอง...หลุดจากภวังค์ความคิดออกมาได้

 

“ว่าไง?”

 

“เป็นอะไรทำไมเขี่ยข้าวไปมางี้หล่ะเอ็ง” พี่ชายเอ่ยถาม เห็นอาการน้องตัวเล็กมันไม่ค่อยจะปกติเสียเท่าไหร่ เขี่ยข้าวในจานไปมาจนสงสารเม็ดข้าว ดูเหมือนคนทานจะไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับมื้ออาหารนี้​นัก

 

เต๋าทำเขาคิดมากอีกแล้ว

 

กี่วันกันแล้วนะที่เป็นแบบนี้

 

ความเย็นชาบ้าบอนี่มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่..

 

หรือเขาคิดไปเอง?

 

สายตาคมของคู่กรณีที่เห็นเขาคุยกับพี่ไทด์เหลือบขึ้นมองแว้บหนึ่งแต่ก็ไม่เอ่ยอะไร ก่อนจะทานข้าวต่อไป..ไม่สนใจเหมือนเดิม คชาได้แต่ถอนหายใจอีกครั้ง

…ไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว….ถ้านั่งแล้วสถานการณ์จะทำให้เขาน้ำตารื้นแบบนี้……ตัวเล็กลุกขึ้นก่อนจะเดินเอาข้าวไปเททิ้ง…แล้วเอาจานไปเก็บ

  

ไม่กงไม่กินมันแล้ว

 

คชากินไม่ลง~!

 

“เขาเป็นอะไรของเขาอะ” ต้นเอ่ยถาม อาการที่เห็นได้ชัด สำหรับคนอื่นอาจจะมองไม่เห็นความรู้สึกของคนตัวเล็กนี่...แต่ถ้ามองกันดีๆอย่างที่ต้นมอง...

 

 

จะรู้ได้ว่าคชาชัดเจนในทุกๆเรื่อง..

และทุกๆความรู้สึก...

 

 

แล้ววันนี้เพื่อนตัวเล็กของเขาเป็นอะไร?

 

“คชาเป็นอะไรไทด์” ต้นเอ่ยถามอีกครั้ง จากความเงียบงันที่ได้รับเมื่อครู่ทำให้ต้อง ลงนามแบบระบุตัวคนตอบในรอบนี้ แต่ก็ได้แต่อาการส่ายหน้าของเพื่อนจนต้นเซ็ง....สุดท้ายก็เลยต้องหันไปถามผู้ที่เขาคิดว่ารู้ดีที่สุด

“เต๋า” เรียกเพียงแค่นี้ เพราะคิดว่าผู้ชายตรงหน้าคงรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“ไม่รู้สิ” ใบหน้านิ่งตอบเพียงแค่นั้นแล้วก้มกินข้าวต่อไปไม่สนใจ

“กลูต้า แกอย่ามาโกหก~ อย่างแกไม่รู้แล้วใครจะรู้เต๋า” ต้นเอ่ยถามต่อ น้ำเสียงกระเซ้าเย้าหยอกด้านหลัง เกิดขึ้นทุกครั้งโดยสัญชาตญาณเมื่อพูดถึงคนทั้งคู่....

แต่คราวนี้..ต้นอาจผิดเวลา...

เพราะเวลานั้น

มันอาจไม่มีอีกแล้ว...

 

ก็บอกว่าไม่รู้ ก็ไม่รู้สิ ชาจะเป็นอะไรแล้วเกี่ยวอะไรกับเต๋า ก็เพื่อนเหมือนกันหมด พี่ต้นอย่าชงให้มากหน่า!”หัวเสีย...ไม่รู้เพราะอะไร....พูดสะบัดเสียงก่อนจะลุกยกจานที่กินเกือบจะหมดออกไปเช่นเดียวกัน

 

“What?!” คนชงตัวดีขึ้นเสียงสูงอย่างที่เคยก่อนจะมองคนนู้นคนนี้สลับไปมา ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างที่ใจคิด

“ฉันงงไปหมดแล้ว อะไรเนี๊ย~”

และคนที่ให้คำตอบที่ดีที่สุด คงเป็นน้องหมีตัวใหญ่ที่นั่งอยู่เคียงข้าง….เหล่แม่กระต่ายคุณนายต้นที่กำลังนั่งวิเคราะห์เรื่องญาติพี่น้องแล้วก็ต้องเตือน..

“กินๆไปเหอะพี่ เรื่องของเขา กินช้า เดี๋ยวข้าวไม่อร่อยนะ”

“เงียบไปเลยไอหมีเจมส์~!”

 

.

.

.

 

“'cause there's somethin' in the way you look at me

it's as if my heart knows you're the missing piece

you make me believe that there's nothing

in this world I can't be

i never know what you see

but there's somethin' in the way you look at me… เป็นอะไรพี่ นั่งหน้าเดียวเชียว” เด็กเกรียนประจำบ้านหยุดเล่นเปียโนไว้แค่นั้น เมื่อพี่ชายตัวเล็กของเขาอยู่ๆก็เดินมาทรุดตัวนั่งข้างๆ ทำตัวเหี่ยวๆ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ซึ่งมันยิ่งทำให้คชาดูตัวเล็กลงนักเมื่ออยู่ในสายตาเฟรม

 

“เป็นอิหยังเด้ออ้าย~” น้องชายตัวดีเริ่มพยายามทำบรรยากาศให้สนุกสนาน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่นัก คชายังคงนั่งอมพะนำสายตาเหม่อลอยครุ่นคิดอะไรบางอย่าง....หมกมุ่นจนเกินกว่าจะสนใจโลกภายนอก

 

“ร้องเพลงต่อไปสิ” คนตัวเล็กเอ่ยเบาๆ หลับตาพริ้มพิงกายลงกับไหล่ของน้องชายที่กำลังขับขานเพลงช้าที่เค้ารักแสนรัก เพลงที่ความหมายจับต้องกินใจ และอยากจะส่งให้ใครคนนึงได้ยิน เพลงที่เค้าเลือกมาร้องในสัปดาห์สุดท้ายของการอยู่ที่บ้าน...

 

ไม่ได้เพียงขอบคุณแฟนคลับ.....

 

แต่อยากขอบคุณ ‘ใคร’ อีกคน....

 

ใครคนนั้น...ที่คอยดูแลเค้ามาเสมอ....

สายตาของใครคนนั้น....

อ้อมกอดของใครคนนั้น....

 

 

อบอุ่น...

อบอุ่นจนรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างมาเติมส่วนที่ขาดหายของชีวิต...

 

ส่วนที่หาย...ที่ไม่เคยรู้ว่าขาด...

มารู้ก็ตอนเจอหมอนี่....

 

 

ว่าชีวิตมันสมบูรณ์กว่าเดิมมากเพียงไหน...

 

 

“เฮ้ย! อ้ายจังได๋ฮ้องไห่หลายแท้”  บักเฟรมตื่นตระหนก ตกใจที่เห็นหน้าคนตัวเล็กบัดนี้มีน้ำใสไหลอาบลงมาสองข้างแก้ม แค่เขาร้องเพลงต่ออย่างที่พี่คชาว่า....

 

เฟรมบ่ผิดเด้อครับ

 

แล้วอ้ายของเฟรมฮ้องไห่จังได๋?

 

คนฟังไม่ตอบ...เอาหน้าเอียงเพียงซุกบนหัวไหล่ เจ้าเด็กผู้รับเคราะห์ทำอะไรไม่ได้เพียงแต่ลูบหลัง

พี่ชายตัวเล็กเบาๆเท่านั้น...อยากจะบอกพี่คชาเหลือเกิน...

 

ให้กอดปลอบ ให้พูดให้กำลังใจ...

ให้ทำอะไร...

 

เฟรมทำไม่เป็นเลยสักอย่างอ่ะ - -"

 

“เป็นอิหยัง ไม่บอกพี่เต๋าล่ะพี่” พี่ชายตัวโตที่คอยอยู่ดูแลพี่ชายหน้าเดียวของเฟรมคนนี้เสมอ ที่เขาเคยเห็น...ไม่ว่าคชามีปัญหาอะไร คนที่พร้อมยื่นมือช่วยคนแรก ไม่สิ...เรียกได้ว่าเต๋าช่วยก่อนที่คชาจะรู้ว่าตัวเองมีปัญหาเสียด้วยซ้ำ...

 

ทุกๆครั้ง..

 

ก็มีอยู่คนเดียว..

 

ไอ่พี่เต๋าขี้เก็ก จอมเนียนนั่น...

 

ทั้งๆที่หลุดมาตั้งหลายครั้ง...

ว่าทั้งห่วง...

ทั้งรักพี่คชา...

 

 

แล้วทำไมวันนี้ถึงปล่อยให้พี่คชาร้องไห้ได้กันนะ?

 

“บอกไม่ได้ ฮึก...บอกไม่ได้ ฮึก...เต๋าเป็นอะไรไม่รู้เฟรม เต๋าเป็นอะไรไม่รู้” คนตัวเล็กน้ำตานองหน้า ยิ่งพูดยิ่งช้ำ ปกติคชาไม่ได้ร้องไห้ง่ายๆ....แต่เวลาร้องไห้ไม่เคยมีครั้งไหนที่คชาร้องไห้แล้วจะรู้สึก ทั้งหน่วง ทั้งเจ็บขนาดนี้เลยแฮะ...

 

“อ้าว ทำไมบอกไม่ได้ล่ะ  แล้วพี่เต๋าเป็นอะไร เฟรมบอกให้เอามั้ย” น้องชายตัวดียื่นข้อเสนอ เพราะเฟรมเองก็รู้สึกว่าตัวเองซื่อเกินกว่าจะให้คำปรึกษาแก่ใคร ทั้งเขายังเด็กกว่าคชาอีก...เค้าทำไดเพียงกอดพี่ชายตัวเล็กคนนี้ไว้หลวมๆเท่านั้น...

“ไม่ต้อง...ไม่ต้องหรอก พี่ไม่เป็นไร.....แค่ขออยู่อย่างนี้สักพักนะ” คชาตัวเล็ก..คชากำลังอ่อนแอ...
อ้อมกอดที่กอดเฟรมไว้เหมือนต้องการที่พึ่งพา จนเด็กหนุ่มเป็นห่วง....แต่คราวนี้เฟรมไม่ได้ปาดน้ำตาให้อย่างที่ ‘ใคร’ เคยทำ…

“โกรธกันหรอพี่” เจ้าตัวเล็กยอมให้คชาทิ้งตัวกับอ้อมแขนอย่างนั้น….แต่ก็ไม่วายถามต่อ เขาเพียงแค่อยากแก้ไขหากพี่ชายทั้งสองคนกำลังเข้าใจผิดกันอยู่…

 

มีอะไรก็อยากให้พูดกันซะ…

ตัวติดกันถึงเพียงนั้น…โกรธกันเฟรมว่ามันน่าเสียดายเวลาเปล่าๆ..

 

“ป่าว ไม่ได้ทะเลาะ..แต่เต๋าเป็นอะไรไม่รู้” ตัวเล็กส่ายหน้าเบาๆ เอ่ยคำเดิมอีกครั้ง คำที่เฟรมก็ไม่รู้ว่าจะไปต่อยังไง..

“ไอ่เป็นอะไรไม่รู้ของพี่ นี่มันยังไงล่ะ..” ถามต่อมือที่ใหญ่กว่าก็ลูบหลังเล็กๆนั่นไปด้วย

“เต๋า…”

 

เต๋าเป็นอะไร…

 

 

เต๋าไม่คุยกับเค้า…

เต๋าไม่เล่นเหมือนเมื่อก่อน….

เต๋าไม่กอด เต๋าไม่ดูแล…

 

เต๋า..

 

เต๋าไม่สนใจคชาแล้ว T^T

 

 

“เต๋าเย็นชา…ไม่รู้โกรธพี่เรื่องอะไร…”

 

 

ปกติ หน้าเดียวผู้ไม่ค่อยสนใจใคร..

 

บัดนี้มีน้ำตามากมายเพียงแค่เรื่องของผู้ชายคนนั้นคนเดียว..

.

.

.

ปัง!!


โธ่เว้ย!” ลับหลังกล้อง...ตัวการกำลังระบายอารมณ์โกรธกลับประตูลานจอดรถ..มือที่เคยขาวกลับแดงก่ำ เพราะแรงชก...

 

ไม่พอใจเลย...

 

ไม่พอใจจริงๆ...

 

 

จะร้องไห้ทำไมนักหนา....

 

 

เราก็แค่เพื่อนกัน..

 

 

ก็ทำให้มันเป็นอย่างเพื่อนสิวะ!!

 

เขาดูแลตัวเองได้ ไม่เห็นจะต้องให้ใครมาดูแลเลย...

คชานั่นแหละทำเขาเสียนิสัย...

.

.

.

ที่ดูแลเขามาตลอด...

 

ตั้งแต่ได้พบกัน...

 

“ร้องไห้ทำไมวะ” ร่างสูงสบถกับตัวเอง พูดกับใครไม่ได้...

พูดกับใครไม่ได้..

 

เพราะแม้ตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตัวเขาเป็นอะไร..

ทำไมต้องหงุดหงิดทุกครั้งเวลาที่มีใครมานั่งชงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเพื่อนตัวเล็ก..

มีใครมาล้อว่าเป็นเกย์หลังออกจากบ้าน..

มีนักข่าวประโคมข่าวภาพคู่รักหวานแหววจนเขาเลี่ยน...

มีแฟนคลับที่จับคู่ให้ว่าเขารักกันฉันท์คนรัก..

 

.

.

.

มันไม่ใช่เขาเป็นผู้ชาย...

ผู้ชายแท้ๆ...

ผู้ชายทั้งแท่ง..

 

 

เขากับหมอนั่นก็แค่ชอบฟุตบอลเหมือนกัน..

หมอนั่นก็แค่ตัวเล็ก..

 

.

.

.

เขาบอกตรงๆเขาหงุดหงิด..

.

.

.

แต่ที่หงุดหงิดกว่านั้น...

 

คือทำไมหัวใจมันบีบรัดตัวตอนที่เขาเห็นน้ำตาคชา..

ทำไมเขาถึงต้องแทบบ้าเมื่อเห็นคชากำลังกำลังเสียน้ำตาอยู่บนไหล่เฟรม...

 

ทั้งหวง...ทั้งห่วง..

 

หงุดหงิดความรู้สึกของตัวเองจริงๆ!

 

 

“ไม่เจ็บหรือไง ชกแรงขนาดนั้น”  เสียงที่อยู่มุมตึก เอ่ยถามเบาๆ​...เต๋าคงลืมตัว...เขาไม่ได้อยู่บ้าน...เขากำลังอยู่ที่ทำงาน...

 

และแน่นอน..

 

เสียงเมื่อกี้ไม่ได้เบาเลย...

 

“พี่ต้น” จากเสียงที่ดังกลับเบาลงคล้ายคำอุทาน เรียกชื่อบุคคลที่เขาเห็น....

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่”  ร่างสูงเอ่ยถามกลับ พยายามจะสงบจิตสงบใจ

“ใครร้องไห้งั้นหรอ...” อีกฝ่ายไม่พูดอะไรกลับถามต่อ หน้าลอยขึ้นอย่างเป็นต่อ...

“...ป่าว....” ปฎิเสธเสียงเบา....สายตาที่หลุบลงต่ำราวกับเด็กทำผิด...คนฟังได้แต่กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ...

 

หึ!...เดาไม่เคยผิด​....

 

อยากชงจริงจริงเล๊ย ไอพวกปากไม่ตรงกับใจเนี่ย...

 

“’ป่าว..หรอ?...” พูดเพียงแค่นั้นคุณเธอก็หันกลับ...ทิ้งคนซึนเอาไว้เพียงเบื้องหลัง...เดินไปสองสามก้าวกับประโยค ในปริมาณที่เท่ากัน....

 

สองสามประโยค...

แต่จุกไปถึงหัวใจ...

 

 

“..งั้นก็แล้วไป...นึกว่าหมายถึงคชา....เพราะเมื่อกี้เห็นนั่งร้องไห้จนเหนื่อยนอนหลับบนตักเฟรมที่วันก่อนชมคชาว่าน่ารักให้พี่ฟังไปแล้ว....ถ้าแกไม่ได้หมายถึงใคร....ก็ดี๊~” คนต.จบประโยคที่ขยายความอย่างชัดเจนจนบางทีอาจจะชัดเกิน~ไว้เพียงแค่นั้น...ยักไหล่ส่งให้ด้วยความสะใจทีหนึ่งแล้วเดินจากไป....

 

 

รำคาญ..

ไอ่พวกความคิดกับหัวใจไม่ตรงกัน...

 

แล้ววันไหนที่มันจะมีความสุข~?

 

โชคดีจริงๆน้า ที่เขาทิ้งไอ่หมีพูดมากไว้แล้ววิ่งแอบตามไปดูคชา...

 

 

เพราะมันไม่เห็นแค่คชา...

 

ยังเห็นใครบางคนที่เดินออกมาตีอกชกหัวแทบบ้าเมื่อมาแอบดูแล้วเห็นคชาร้องไห้เหมือนกัน~

.

.

.

“แล้วบอกแค่เพื่อนธรรมดา...อิโธ่!”

.

.

.

ซึนกันแบบนี้

คราวนี้ขอคุณนายต้นจัดสักดอกสองดอกเถอะ!

เต๋าคชาเอ้ย~

 
 
To be con in Chapter 2